เชื้อราในร่มผ้า อาการคันอวัยวะเพศชาย รีบรักษาก่อนลุกลาม

เชื้อราในร่มผ้าเรื่องเล็ก ๆ ที่กวนใจ เป็นความผิดปกติในร่มผ้าที่ชายไทยไม่ควรมองข้าม ซึ่งเชื้อราที่เกิดขึ้นมักมาจากการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความอับชื้นในร่มผ้า เช่น เจออากาศที่ร้อนอบอ้าว เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกเยอะ 

ในบางครั้งอาการคันและผื่นแดงที่เกิดขึ้นจากเชื้อรานั้นอาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง หากปล่อยไว้ไม่รักษาให้ถูกจุดจะเป็นปัญหาสุขภาพระยะยาวที่ส่งผลในการดำเนินชีวิตได้

คันอวัยวะเพศชาย ทำอย่างไรดี อันตรายหรือเปล่า

เชื้อราที่อวัยวะเพศชายคืออะไร ? 

เชื้อราที่อวัยวะเพศชาย ต้นเหตุของโรคผิวหนังที่ทำให้เกิดอาการคันในร่มผ้า คือ เชื้อรากลุ่ม Candida Albicans โดยจะทำให้มีลักษณะเป็นผื่นที่อวัยวะเพศ มักมีวงขอบชัดเจน ขอบนูนเล็กน้อยและเป็นสีแดง มีตุ่มใสขนาดเล็กหรือเป็นขุยขาวอยู่รอบ ๆ และขยายออกเป็นวงกว้างหรือที่เรียกว่า “สังคัง”  

อาการคันในร่มผ้าเกิดจากอะไร ?

เชื้อราที่อวัยวะเพศชายหรือลักษณะผื่นเชื้อราในร่มผ้าเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่เผชิญกับความอับชื้นเป็นระยะเวลานาน และทำความสะอาดไม่ดีพอ ทำให้เกิดเชื้อราสะสมได้ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้ 

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่เปียก อับชื้น หรือรัดแน่นเป็นเวลานาน รวมถึงการใส่เสื้อผ้าซ้ำ โดยเฉพาะกางเกงชั้นใน
  • ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเชื้อรา ทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดร่างกายผิดวิธี ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสมดุลผิว หรือว่าเช็ดตัวไม่แห้งเพียงพอ
  • มีปัญหาสุขภาพ อย่างเบาหวาน อ้วน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

อาการของเชื้อราในร่มผ้า

ผู้ชายที่เป็นเชื้อราในร่มผ้า จะมีอาการดังต่อไปนี้ 

  • คันและแสบร้อน บริเวณปลายอวัยวะเพศ หรือบริเวณหนังหุ้มปลาย
  • เป็นผื่นแดงที่ปลายอวัยวะเพศ และบริเวณรอบ ๆ
  • มีผื่นสีขาวหรือตุ่มหนองบนผิวหนัง
  • มีของเหลวคล้ายกับชีส บริเวณหนังหุ้มปลาย
  • มีกลิ่นเหม็นบริเวณอวัยวะเพศ
  • บางรายอาจจะมีอาการแสบขัดเวลาปัสสาวะ

วิธีรักษาอาการคันอวัยวะเพศชายให้หายขาด

เมื่อเกิดผื่นเชื้อราในร่มผ้า ไม่ต้องกังวลใจ สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ต้องรู้สาเหตุเพื่อหาวิธีแก้ให้ถูกจุด เพราะหากปล่อยไว้นาน เชื้อราอาจลุกลาม ทำให้อาการคันรุนแรงขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย การรักษาจึงควรทำควบคู่กันทั้งการใช้ยา การดูแลความสะอาด และการลดปัจจัยที่ทำให้เกิดความอับชื้น

1. ใช้ยาทาเชื้อราให้ถูกชนิดและต่อเนื่อง

การรักษาเชื้อราในร่มผ้าควรเลือกใช้ยาทาที่มีตัวยาต้านเชื้อรา เช่น โคลไทรมาโซล ซึ่งช่วยยับยั้งและกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของผื่นคันได้โดยตรง โดยควรทาบริเวณที่มีอาการตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างสม่ำเสมอ

โดยทั่วไปควรใช้ยาต่อเนื่องประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือจนครบระยะเวลาที่แนะนำ แม้อาการคันหรือผื่นจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ไม่ควรหยุดยาเองเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้เชื้อรายังไม่หมดและกลับมาเป็นซ้ำได้

2. รักษาบริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบให้แห้งสะอาด

ระหว่างการรักษา ควรดูแลบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ และจุดอับชื้นให้สะอาดอยู่เสมอ หลังอาบน้ำควรเช็ดตัวให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณรอยพับผิวหนังและหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี

หากมีเหงื่อออกมากจากการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรรีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ไม่ควรปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นเป็นเวลานาน

3. เปลี่ยนกางเกงชั้นในทุกวันและเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

ควรเปลี่ยนกางเกงชั้นในทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใส่กางเกงชั้นในที่รัดแน่นหรือเปียกชื้น เพราะอาจทำให้เกิดการเสียดสีและเพิ่มความอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศได้ง่าย แนะนำให้เลือกกางเกงชั้นในที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดจนเกินไป

นอกจากนี้ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าหรือกางเกงชั้นในซ้ำ โดยเฉพาะหลังมีเหงื่อออก เพราะอาจทำให้เชื้อราสะสมและทำให้อาการหายช้าลง

4. งดใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

ระหว่างที่มีอาการเชื้อราในร่มผ้า ควรแยกใช้ของส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว กางเกงชั้นใน หรือเสื้อผ้า ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อรา และควรซักทำความสะอาดเสื้อผ้าให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้

5. พบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำบ่อย

หากใช้ยาทาแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่แนะนำ ผื่นลุกลาม มีอาการเจ็บ แสบ บวม มีหนอง มีกลิ่นผิดปกติ หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาการคันบริเวณอวัยวะเพศชายอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือโรคผิวหนังบางชนิด

ในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคอ้วน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและลดโอกาสเกิดอาการซ้ำ

ดูแลอย่างไรไม่ให้เชื้อราในร่มผ้ากลับมาเป็นซ้ำ

หลังจากอาการดีขึ้นแล้ว ควรดูแลสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื้อราในร่มผ้ามักกลับมาเป็นซ้ำได้หากยังมีความอับชื้นหรือพฤติกรรมเดิม ๆ โดยสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • อาบน้ำหลังออกกำลังกายหรือหลังมีเหงื่อออกมาก
  • เช็ดบริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบให้แห้งก่อนสวมเสื้อผ้า
  • เปลี่ยนกางเกงชั้นในทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรืออับชื้น
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ซักเสื้อผ้าและตากให้แห้งสนิทก่อนนำมาใส่
  • ควบคุมน้ำหนักและดูแลโรคประจำตัวให้เหมาะสม
     

เอกสารอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการคันน้องชายเพราะเชื้อราในร่มผ้า 

Q: อาการคันอวัยวะเพศชายหายเองได้ไหม ? 

A: ไม่ได้ หากติดเชื้อราที่ผิวหนัง จำเป็นต้องรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม การปล่อยทิ้งเอาไว้อาจจะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นได้ 

Q: หากมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเป็นผื่นเชื้อราในร่มผ้าสามารถแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้หรือไม่ ? 

A: สามารถแพร่เชื้อได้ เพราะ Candida Albicans สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดได้ แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายสนิทดี เพื่อป้องกันการติดต่อซ้ำไปซ้ำมา 

Q: สังคังหรืออาการคันอวัยวะเพศชายแตกต่างจากโรคผิวหนังอื่น ๆ อย่างผื่นแพ้อย่างไร ?

A: โรคผิวหนังที่มาจากเชื้อราในร่มผ้า มักจะมีลักษณะเป็นวงรี นูนและแดงบริเวณขอบ และอาจจะมีตุ่มน้ำหรือขุยเล็ก ๆ ด้วย ในขณะที่ผื่นแพ้อื่น ๆ อาจจะไม่มีลักษณะดังกล่าว หากไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง 

Q: สวมใส่กางเกงในแบบไหนเพื่อป้องกันเชื้อรา ? 

A: ควรเลือกกางเกงที่ระบายอากาศได้ดี แห้งง่าย อย่างผ้าฝ้ายหรือผ้าใยสังเคราะห์ และหลีกเลี่ยงการใส่กางเกงในที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้อับชื้นและเกิดการเสียดสีได้ง่าย

Q: สังคัง หรืออาการคันน้องชายแตกต่างจากกลากหรือเกลื้อนอย่างไร ?

A: ที่จริงแล้ว สังคัง คือโรคกลากชนิดหนึ่ง โดยเป็นการติดเชื้อรากลุ่ม เดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งจะเรียกตามตำแหน่งที่เกิดโรค เช่น สังคัง จะเป็นกลากบริเวณขาหนีบ ส่วนฮ่องกงฟุต จะเป็นกลากที่เท้า 

ส่วนเกลื้อนจะเป็นเชื้อราชนิด Pityrosporum ovale ที่มีลักษณะเป็นดวง ๆ แต่ก็รักษาด้วยยาทาต้านเชื้อราเช่นเดียวกัน