สังคัง (Jock Itch)

สังคัง หรือ โรคกลากที่บริเวณขาหนีบ เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในบ้านเรา หรือในประเทศแถบร้อนชื้น

เกิดจากเชื้อราในกลุ่ม เดอมาโทไฟต์ (Dermatophyte) มักจะเกิดบริเวณขาหนีบ อวัยวะเพศ ต้นขาด้านใน ก้น หรือผิวหนังที่มีความอับชื้นสูง
สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่ส่วนมากจะพบในวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยเด็ก ที่สำคัญพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

โรคสังคัง เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อราที่ผิวหนังซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากความอับชื้นที่ผิวหนังที่มากเกินไป เช่นสวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้น ไม่สะอาด
สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปหรือผิวหนังสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน 
จนเชื้อราเติบโตอย่างรวดเร็ว การสัมผัสโดยตรง ใช้ของร่วมกับผู้ที่เป็นโรค
หรือสัมผัสที่มีเชื้อรา ผ่านทางขนของสัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อ ก็เป็นอีกสาเหตุให้เกิดโรคได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเกิดเชื้อราได้ง่าย เช่น นักกีฬา หรือคนทำงานที่เหงื่ออกมาก และปล่อยหมักหมมเป็นเวลานาน
โดยไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือชุดชั้นในใหม่ และบางส่วนเกิดจาก ปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ น้ำหนักเกิน
โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือโรคที่ทำให้เกิดเหงื่อ และแรงเสียดสีมากกว่าคนปกติ เป็นต้น

วิธีการรักษา

สังคังสามารถรักษาให้หายขาดด้วยตัวเองที่บ้านได้ โดยการซื้อยาในกลุ่มต้านหรือฆ่าเชื้อรา หรือครีมสำหรับรักษาโรคเชื้อราผิวหนังที่มีตัวยา โครไทรมาโซล หรือมีตัวยา ไบโฟนาโซล
โดยทาผื่นให้ทั่วหลังอาบน้ำ เช้า-เย็น เป็นเวลานานประมาณ 2-4 สัปดาห์ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกสุขลักษณะ เช่น ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณที่ติดเชื้อ
ควรให้ผิวหนังแห้งสนิทอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวเปียกชื้น อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และชุดชั้นในทุกวัน และสวมเสื้อผ้า โปร่งสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป ระบายอากาศได้ดี เป็นต้น

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง และไม่หายขาดหลังจากทายาแล้ว 4 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์ เพื่อดูอาการ อาจมีการขูดผิวบริเวณที่เป็น เพื่อส่องกล้องหาต้นเหตุ และวางแผนการรักษาต่อไป

การดูแลและป้องกัน

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

  • ทายาต้านเชื้อราสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
  • รักษาความสะอาดบริเวณที่ติดเชื้อด้วยสบู่อ่อน
  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ผิวบริเวณที่เป็นอับชื้น
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในทุกวัน
  • ไม่สวมใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป

วิธีป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อรา

  • รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ และอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการสร้างความชื้นที่มากเกินไปให้กับผิวหนัง
  • ทาแป้งเพื่อช่วยลดความอับชื้นหลังการออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงขาลีบหรือชุดชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป
  • เปลี่ยนเสื้อผ้า และชุดชั้นในทุกวัน

 

  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าหรือใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันกับผู้อื่น
  • รักษาความสะอาด สภาพแวดล้อม เพราะเชื้อราสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวของสิ่งของได้
  • เสื้อผ้าที่มีเหงื่อ หรืออับชื้นไม่ควรหมักหมมไว้ ควรซักทันที
  • ลดน้ำหนัก หากมีภาวะอ้วน เพราะขาหนีบจะอับชื้นได้ง่าย